“เทคนิคแยกดาว” จังหวะการใช้งานที่ถูกต้องและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ในการพูดคุยเรื่องการประมวลผลภาพทางดาราศาสตร์ “เทคนิคแยกดาว” เป็นคำที่คนพูดถึงกันบ่อย แต่ก็มักเข้าใจผิดกันบ่อยเช่นกัน ผมจึงไปค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าเทคนิคนี้แท้จริงแล้วคืออะไร และควรใช้อย่างไรให้ถูกต้อง
แท้จริงแล้วเทคนิคแยกดาวคืออะไร
หากสืบถึงรากที่มา สิ่งที่เรียกว่า “เทคนิคแยกดาว” แท้จริงแล้วก็คือเทคนิคหนึ่งใน Photoshop ที่ใช้ภาพ starless (ภาพที่ลบดาวออก) มาผสมภาพ เพื่อเสริมสีสันให้เข้มขึ้น เนบิวลาสีสวยงามที่เรามักเห็นจากฝีมือของผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมวงการหลายคน ส่วนใหญ่ก็ประมวลผลด้วยวิธีคล้าย ๆ กันนี้เอง แก่นแท้ของวิธีนี้คือเครื่องมือเสริมสีสัน ไม่ใช่วิชาลับสุดวิเศษเฉพาะตัวอะไรทั้งนั้น
การใช้งานผิดที่พบบ่อย
ปัญหาคือ เพื่อนร่วมวงการไม่น้อยใช้วิธีนี้ราวกับเป็น “ยาครอบจักรวาลที่ป้องกันไม่ให้ดาวเสียหาย” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเข้าใจผิดต่อหน้าที่ของวิธีนี้:
- วิธีนี้ช่วยดาวที่พองใหญ่อยู่แล้วไม่ได้ หากดาวพองใหญ่เกินไปตั้งแต่ตอนถ่ายภาพหรือช่วงต้นของการประมวลผลภาพ วิธีนี้ก็ไม่สามารถกู้คืนได้
- ใช้เร็วเกินไปจะเสียรายละเอียดของเนบิวลา หากแยกดาวออกตั้งแต่ต้นกระบวนการทำงาน รายละเอียดเนบิวลาจำนวนมากอาจยังไม่ทันได้รับการดึงออกมา ก็หายไปพร้อมกับดาวเสียแล้ว
- การผสมภาพด้วยโหมด Luminosity มีปัญหา ผมยังเห็นบทเรียนออนไลน์บางแห่งใช้ Luminosity ทำ blending วิธีนี้มักทำให้ดาวเสียสี ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดี
จังหวะการใช้งานที่ถูกต้อง
ตามความเข้าใจของผม จังหวะการใช้งานที่ถูกต้องของวิธีนี้ควรเป็น ตอนที่การประมวลผลภาพใกล้เสร็จสมบูรณ์ และยังไม่ได้ลดขนาดดาว เท่านั้นจึงค่อยทำ และ ไม่ใช้โหมด Luminosity ในการผสมภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ดาวเสียสี
หลีกเลี่ยงกาแล็กซี
สุดท้ายนี้ขอเตือนเป็นพิเศษ วิธีนี้ไม่เหมาะกับกาแล็กซี หากใช้กับกาแล็กซี มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้กาแล็กซีเสียหาย แม้แต่เป้าหมายอย่างกาแล็กซีแคระ (กาแล็กซีบริวาร) ก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เทคนิคแยกดาวเป็นเทคนิคที่รับใช้สีสันของเนบิวลา เมื่อพบกาแล็กซีให้คิดให้รอบคอบก่อนลงมือทำ