สีเทียม (False Color) คืออะไร
ในภาพถ่ายดาราศาสตร์ เรามักใช้ “สีเทียม” เพื่อแสดงสัญญาณของความยาวคลื่นที่ต่างกัน เช่น พาเลต SHO และ HOO เป็นต้น แล้วสีเทียมคืออะไรกันแน่?
สีเทียมเป็นวิธีนำเสนอที่อาศัยการกำหนดสีขึ้นโดยมนุษย์ ที่นี่ต้องทำความเข้าใจคำหนึ่งที่เข้าใจผิดได้ง่ายก่อน คือคำว่า “เทียม” คำนี้มีความหมายได้หลายแบบ ในบริบทนี้การเข้าใจว่าเป็นคำคุณศัพท์ “ที่มนุษย์สร้างขึ้น” เหมาะสมกว่าการเข้าใจว่าเป็นสี “ปลอม” กล่าวอีกนัยหนึ่ง สีเหล่านี้ไม่ใช่การปลอมแปลง แต่เป็นสีที่มนุษย์กำหนดขึ้น
วิกิพีเดียภาษาจีนมีเนื้อหาด้านนี้ค่อนข้างน้อย แนะนำให้ดูฉบับภาษาอังกฤษโดยตรง ด้านล่างนี้คือบทสรุปคำแปลอย่างย่อ:
สีเทียม (หรือเรียกว่าสีเสมือน) หมายถึงกลุ่มวิธีการนำเสนอสีที่ใช้แสดงภาพสีซึ่งบันทึกไว้ในส่วน “แสงที่มองเห็นได้” หรือ “แสงที่มองไม่เห็น” ของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า ภาพสีเทียมคือภาพที่วัตถุในภาพมีสีต่างจากสีที่ภาพถ่าย (คือภาพสีจริง) แสดงให้เห็น ในภาพลักษณะนี้ ความยาวคลื่น 3 แบบที่ตาคนโดยปกติมองไม่เห็นได้รับการกำหนดสีให้แล้ว
นอกจากนี้ สีเทียมยังมีตัวแปรอื่นอีกบ้าง เช่น สีเสมือน (pseudocolor) การตัดตามความหนาแน่น (density slicing) และแผนที่ระดับสี (choropleth) ซึ่งใช้แสดงข้อมูลด้วยภาพจาก “ข้อมูลที่เก็บจากช่องสัญญาณระดับเทาช่องเดียว” หรือ “ข้อมูลที่ไม่ได้บรรยายส่วนหนึ่งของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า” เช่น ความสูงในแผนที่ภูมิประเทศ หรือชนิดของเนื้อเยื่อในการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI)
หลังจากเข้าใจนิยามของสีเทียมแล้ว ลองกลับไปดูพาเลตต่าง ๆ เช่น SHO และ HOO ในภาพดาราศาสตร์อีกครั้ง จะเข้าใจว่าพาเลตเหล่านี้ไม่ได้ “ถ่าย” เนบิวลาออกมาเป็นสีเหล่านั้น แต่นำสัญญาณแถบแคบ (narrowband) ที่ตาคนมองไม่เห็นมาจับคู่เป็นสีที่มองเห็นได้ผ่านการกำหนดขึ้นโดยมนุษย์ เพื่อแสดงการกระจายตัวของธาตุต่าง ๆ ออกมา